คัน เหม็น ซึมเศร้า

เมื่อมีอาการคัน มีกลิ่นที่อวัยวะเพศจะเกิดอาการไม่มั่นใจ อย่าลืมครีมอนามัยสามารถช่วยได้

Posted in กลิ่นของอวัยวะเพศชาย, กลิ่นอวัยวะเพศสตรี, คันอวัยวะเพศหญิง | Leave a comment

มะเขือเทศดียังไง

ไลโคปีนในมะเขือเทศสามารถช่วยกำจัดเซลมะเร็งลำไส้ใหญ่  และที่สำคัญไลโคปีนยังมีความสามารถในการช่วยยับยั้นเนื้องอกในสมองด้วย  การรับประทานมะเขือเทศนอกจากจะช่วยเป็นสารต้านอนมูลอิสระแล้วในมะเขือเทศ 1 ลูก ให้พลังงาน 22 แคลอรี่ จึงเหมาะต่อผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักเป็นอย่างมากเลย

Posted in สุขภาพของเรา | Leave a comment

อาหารต้านโรค

ถึงแม้ว่าการรักษาพยาบาลในปัจจุบันจะมีความก้าวหน้า สามารถรักษาโรคต่างๆ  ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าในอดีตมากเพียงใดก็ตาม  แต่คงไม่มีใครอยากจะเจ็บป่วยแล้วค่อยไปรักษาตอนหลังเป็นแน่ โดยเฉพาะป่วยเป็นมะเร็ง
 
         ดังนั้น ถ้าจะมีวิธีใดจะป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยได้ก็น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด  จากการศึกษาวิจัยเป็นเวลานานทำให้เรารู้ว่า  สาเหตุของการเจ็บป่วยส่วนใหญ่มาจากการบริโภคอาหารและมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม  ซึ่งถ้าประชาชนมีความรู้และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสม แล้วโอกาสที่จะเจ็บป่วยก็คงจะลดน้อยลงกว่านี้มาก รวมทั้งการเกิดโรคมะเร็งด้วย

         1.ผัก  ผักมีกากใยปริมาณมาก  ซึ่งผักที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านมะเร็ง ได้แก่  ผักมีสี  เช่น  บีตรูต  ผักโขม  แครอต  มะเขือเทศ  ยิ่งมีสีเข้มมากเท่าไหร่ นั่นหมายถึงว่ามีสารที่มีประโยชน์  (phytochemical)  มากขึ้นเท่านั้น
 
         2.ปลาน้ำเย็น  ได้แก่ ปลาที่อาศัยอยู่ในเขตหนาวของโลก ในน้ำจะมีอุณหภูมิต่ำ  เช่น  ปลาแซลมอน  ปลาคอท  ปลาแมคเคอเรล ปลาซาร์ดีน ปลาทูและปลาจากทะเลน้ำลึก ปลาเหล่านี้จะอุดมไปด้วยไขมันที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง  ได้แก่  EPA  (eicosapentaenoic  acid)  และ  DHA (docosahexaenoic  acid) ซึ่งชะลอการแพร่ของมะเร็ง กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และยังประกอบด้วยแร่ธาตุต่างๆ ที่พบในน้ำทะเล แต่ไม่พบในดิน
 
         3.ถั่ว  เช่น  ถั่วเขียว  ถั่วเหลือง ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วลิสง ในถั่วเหล่านี้พบว่ามีสารต้านเอนไซม์โปรตีเอสในบริมาณสูง  (มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง)  นอกจากนี้ ยังพบว่ามีอินโนซิทอล  เฮกซาฟอสเฟต  (กรดไฟตริก ซึ่งในท้องตลาดจะขายในรูปของ IP-6) และจีเนสเตอิน(ทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงเซลล์มะเร็งตีบลง)  นอกจากนี้ ในถั่วยังอุดมไปด้วยกากใยที่สามารถละลายน้ำได้  ซึ่งจะช่วยในขบวนการทำความสะอาดของร่างกายตามธรรมชาติ
 
         4.เมล็ดธัญพืช  เช่น  ข้าวโอต  บาร์เลย์  ข้าวโพด  ข้าวสาลี เนื่องจากเมื่อกากใยของพืชเหล่านี้แตกตัวที่ลำไส้จะเปลี่ยนเป็นกรดบิวไทริกที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง
 
         5.สาหร่ายทะเล  ประกอบด้วยสารบางชนิดที่ป้องกันการติดเชื้อในทางเดินอาหาร  และยังประกอบด้วยกากใยชนิดพิเศษที่สามารถละลายน้ำได้ ซึ่งจะเป็นตัวกลางในการนำไขมันอันตราย  สารอนุมูลอิสระ สารพิษต่างๆ ออกจากลำไส้ นอกจากนี้สาหร่ายทะเลยังเป็นแหล่งของแร่ธาตุอย่างดีจากน้ำทะเล
 
         6.ผลไม้ประเภทเบอร์รี่  เช่น  ราสเบอรี่  สตรอเบอร์รี่  บลูเบอร์รี่  เชอร์รี่ เบอร์รี่สีดำ ในผลไม้เบอร์รี่เหล่านี้จะมีสารต้านมะเร็งในปริมาณสูง และยังมีกรดอัลลาจิกที่จะทำลายเซลล์มะเร็งให้ตาย
 
         7.โยเกิร์ต  เนื่องจากในโยเกิร์ตจะมีแบคทีเรียที่เป็นชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย  เช่น  แลคโตเบซิลัส  ที่สามารถหมักนมให้เป็นสารที่มีประโยชน์ต่อทางเดินอาหารและระบบภูมิคุ้มกัน  และเนื่องจากกว่า  80% ของระบบภูมิคุ้มกันจะอยู่ที่ทางเดินอาหาร ดังนั้น โยเกิร์ตจึงเป็นอาหารที่จัดว่าเป็นยาอายุวัฒนะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับร่างกาย ในการป้องกันการติดเชื้อและยังช่วยต้านมะเร็งอีกด้วย
 
         8.ชาเขียว  ประกอบด้วย  สารคาเทชินและสารเคมีในพืชอีกหลายชนิด จากงานวิจัยของสถาบันมะเร็งแห่งชาติประเทศญี่ปุ่นและจีน  พบว่า ชาเขียวสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งและยังสามารถเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้เป็นเซลล์ปกติได้
 
         หมายเหตุ  การดื่มชาเขียวให้ได้รับประโยชน์เต็มที่นั้น  ต้องดื่มทันทีหลังจากชงเสร็จ  เนื่องจากถ้าทิ้งไว้ชาเขียวจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ ทำให้สูญเสียคุณค่าไป
 
         9.เครื่องเทศต่างๆ  เช่น  มาสตาร์ด  พริก  พริกไทย  กระเทียม  หัวหอม ขิง โรสแมรี่ อบเชยและเครื่องเทศอื่นๆ ที่ใช้ปรุงแต่งรส สามารถต้านมะเร็งและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้
 
         10.น้ำสะอาด  ปริมาณ  2  ใน  3  ของพื้นที่บนโลกและของร่างกายนั้นประกอบด้วยน้ำ เนื่องจากน้ำนั้นเป็นสารตัวกลางสำคัญของร่างกายที่ใช้ในขบวนการต่างๆ  ของเซลล์  อาทิเช่น  ควบคุมสมดุลกรด-ด่าง  การทำความสะอาด  การขจัดสิ่งสกปรก และยังนำพาสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่เซลล์ ตลอดจนนำของเสียหรือสารพิษออกจากเซลล์อีกด้วย

Posted in สุขภาพของเรา | Leave a comment

คันอวัยวะเพศ

อาการคันบริเวณอวัยวะเพศ

       สาเหตุของอาการคันบริเวณอวัยวะเพศที่พบได้บ่อย คือ เชื้อรา และผิวหนังอักเสบ  ซึ่งอาจจะเกิดจากการแพ้
การระคายเคือง หรือมีความอับชื้นบริเวณนี้
การรักษาที่สำคัญคือ การดูแลรักษาความสะอาดบริเวณนี้ให้ดี อย่าให้มีความอับชื้น ไม่จำเป็นต้องใช้ยาล้าง
ถ้าเป็นผิวหนังอักเสบให้พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง (ต้องสังเกตุดู)
 
ยาที่ใช้คือยาทาที่ช่วยลดการอักเสบและระคายเคือง เช่น Kenacomb cream ทาวันละ 2 ครั้ง เช้า – ก่อนนอน
ถ้าเป็นเชื้อรา ให้ใช้ยาแก้เชื้อรา เช่น Nizoral cream ทาวันละครั้งนาน 2 สัปดาห์ และอาจจะต้องใช้กิน
หรือยาเหน็บร่วมด้วย ในกรณีที่เป็นในช่องคลอดด้วย (ซึ่งจะทราบก็ต่อเมื่อได้รับการตรวจภายใน)
 
ในกรณีที่รักษาไประยะหนึ่งแล้ว (3-4วัน) อาการไม่ดีขึ้น ก็ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อที่จะได้รับการตรวจวินิจฉัย
และรักษาที่ถูกต้องต่อไป

อวัยวะเพศหญิงกับความสะอาด

อวัยวะเพศหญิง  ประกอบด้วย 2 ส่วน  ได้แก่  ส่วนที่อยู่ภายนอกร่างกาย  มีปากช่องคลอดกับเนื้อสองชั้น (แคมใหญ่และแคมเล็ก)  รูเปิดของท่อปัสสาวะ คริสตอริส  และ ส่วนที่อยู่ภายในร่างกาย  เช่น ช่องคลอด  มดลูก  รังไข่

การดูแลรักษาความสะอาด

อวัยวะเพศหญิงมีสิ่งที่สกปรกต่างๆ จากเหงื่อไคล ปัสสาวะ และตกขาว ตลอดจนฝุ่นละอองต่างๆ มาเกาะติดได้ง่าย  การรักษาความสะอาดจึงควรดูแลเป็นพิเศษ และทำความสะอาดเฉพาะภายนอกเท่านั้น  ดังนี้

1. ควรทำความสะอาดอวัยวะเพศทุกวันเช้าและเย็น ด้วยน้ำและสบู่ ซับให้แห้งด้วยผ้าหรือกระดาษ
    อ่อนเพียงเบาๆ การถูแรงๆ อาจทำให้เกิดปริแตกเป็นแผลได้ และควรจะตากผ้าเช็ดตัวให้แห้งใน
    แสงแดดทุกวัน  ไม่ควรตากไว้หน้าห้องน้ำ เพราะจะอับชื้นและเป็นเชื้อราได้ง่าย

2. ควรทำความสะอาดเป็นพิเศษตามรอยย่นรอยจีบต่างๆ  ของอวัยวะเพศโดยเฉพาะบริเวณ
    คริสตอริส แคมเล็กและปากช่องคลอด

3. หลังการขับปัสสาวะและอุจจาระ ควรทำความสะอาดชำระเช็ดจากข้างหน้าไปข้างหลังและล้าง
    ด้วยน้ำ โดยวิธีเดียวกัน

4. ไม่ควรใช้กางเกงในที่รัดแน่น หรืออับเหงื่อ และไม่ควรใช้กางเกงในกับคนอื่น กางเกงในควรจะเป็น
    ผ้าฝ้ายที่มีเนื้อผ้าบางเบา อากาศถ่ายเทสะดวก เป็นการลดความอับชื้นของอวัยวะเพศ และควรจะ
    ซักแล้วตากให้โดนแสงแดดก่อนนำมาใช้ เพราะจะช่วยฆ่าเชื้อ

5. ในผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ก่อนและหลังการร่วมเพศ ควรทำความสะอาดอวัยวะเพศเพื่อขจัดสิ่ง
    สกปรก น้ำอสุจิ ยาฆ่าอสุจิ หรือสารหล่อลื่นต่างๆ ออกให้หมด

6. การล้างช่องคลอด เพื่อรักษาความสะอาดภายในเป็นความคิดที่ผิด เพราะเป็นการทำลายเชื้อ
    แบคทีเรียที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ทำให้เชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราชนิดที่เป็นอันตรายต่อ
    ร่างกายเกิดขึ้นแทนและบางครั้งอาจมีอาการแพ้ยาที่ใช้ด้วย

การรักษาความสะอาดช่วงมีประจำเดือน

ในช่วงที่มีประจำเดือน  ผู้หญิงต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษกว่าปกติในช่วงที่มีประจำเดือน  โดยปฏิบัติ  ดังนี้

1. การอาบน้ำควรเป็นน้ำที่มีอุณหภูมิปกติ ไม่เย็นจัดจนทำให้หนาวสั่น ไม่ร้อนจนเกินไป

2. อวัยวะเพศควรฟอกล้างด้วยสบู่ และไม่ล้างเข้าไปในช่องคลอด

3. ทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าอนามัย ควรฟอกล้างอวัยวะเพศก่อนแล้วซับให้แห้ง

4. เมื่อผ้าอนามัยเปียกชุ่ม ควรเปลี่ยนผ้าใหม่ การปล่อยเอาไว้โดยไม่เปลี่ยนผืนใหม่ จะทำให้อวัยวะ
    เปียกชื้นมาก ผิวหนังจะเกิดผื่นคันหรือเปื่อยลอกได้ง่าย และผ้าอนามัยที่เปียกชุ่ม พอเลือดแห้งผ้า
    อนามัยจะแข็งทำให้กดหรือเสียดสี ทำให้ผิวหนังของอวัยวะเพศและขาหนีบอักเสบซึ่งจะเจ็บแสบ
    มาก

ทั้งนี้อาการคันบริเวณอวัยวะเพศขอแนะนำครีมอนามัยเพอื่บรรเทาอาการคันดังกล่าว

ที่มา มุสลิมไทย

Posted in สุขภาพของเรา | Leave a comment

อัลไซเมอร์ สังเกตุยังไง

ลำดับการดำเนินโรคอัลไซเมอร์แบ่งออกเป็น 4 ระยะ โดยมีลักษณะของความบกพร่องของหน้าที่และการรู้ที่แย่ลงเรื่อยๆ

ระยะก่อนสมองเสื่อม ในระยะก่อนสมองเสื่อม (Predementia) อาการแรกสุดมักจะเข้าใจผิดว่าเกิดขึ้นเองจากความชรา หรือเกิดจากภาวะเครียดการทดสอบทางจิตประสาทวิทยาแสดงความบกพร่องทางการรู้เล็กน้อยซึ่งกินเวลาถึง 8 ปีกว่าที่ผู้ป่วยจะมีลักษณะครบตามเกณฑ์การวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ อาการเริ่มแรกจะมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันที่ซับซ้อนส่วนใหญ่ ความบกพร่องที่เห็นชัดคือการสูญเสียความจำ คือพยายามจำข้อมูลที่เรียนรู้เมื่อไม่นานมานี้ไม่ได้และไม่สามารถรับข้อมูลใหม่ๆ ได้  ปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่การบริหารจัดการ อาทิความใส่ใจต่อสิ่งหนึ่งๆ การวางแผน, ความยืดหยุ่น และความคิดเชิงนามธรรม หรือความบกพร่องของความจำเชิงอรรถศาสตร์ (การจำความหมายและความสัมพันธ์เชิงแนวคิด เช่น ปลาวาฬเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แอปเปิลมีสีแดง เป็นต้น) อาจปรากฏอาการได้ในโรคอัลไซเมอร์ระยะแรก อาจพบภาวะไร้อารมณ์ (apathy) ได้ในระยะนี้และจะเป็นอาการที่คงปรากฏอยู่ตลอดทุกระยะเวลาการดำเนินโรค ในระยะก่อนแสดงอาการทางคลินิกนี้อาจเรียกอีกอย่างว่า ความบกพร่องทางการรู้เล็กน้อย (mild cognitive impairment)  แต่ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันว่าชื่อดังกล่าวเป็นโรคหนึ่งซึ่งได้รับการวินิจฉัยต่างหากหรือเป็นเพียงระยะแรกของโรคอัลไซเมอร์ 

สมองเสื่อมระยะแรก ระยะสมองเสื่อมระยะแรก (Early dementia) ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์จะมีความบกพร่องของความจำและการเรียนรู้จนสามารถวินิจฉัยอย่างแน่นอนได้ ผู้ป่วยบางส่วนมีอาการบกพร่องทางภาษา การบริหาร การกำหนดรู้ (ภาวะเสียการระลึกรู้ (agnosia)) หรือการจัดการเคลื่อนไหว (ภาวะเสียการรู้ปฏิบัติ (apraxia)) เด่นกว่าการสูญเสียความทรงจำ โรคอัลไซเมอร์ไม่ได้มีผลกระทบต่อความจำทั้งหมดเท่าๆ กัน แต่ความทรงจำระยะยาวที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะตัวของผู้ป่วย (ความจำเชิงเหตุการณ์ (episodic memory)) ความรู้ทั่วไป (ความจำเชิงอรรถศาสตร์ (semantic memory)) และความจำโดยปริยาย (implicit memory; ความจำของร่างกายว่าทำสิ่งต่างๆ อย่างไร เช่น การใช้ช้อนส้อมรับประทานอาหาร) ทั้งสามอย่างนี้จะได้รับผลกระทบน้อยกว่าความจำหรือความรู้ใหม่  ปัญหาทางภาษามีลักษณะเด่นคือการรวบคำให้สั้นและพูดหรือใช้ศัพท์ไม่ฉะฉานหรือคล่องเหมือนเดิม ซึ่งทำให้พูดหรือเขียนภาษาได้น้อยลง ในระยะนี้ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ยังสามารถสื่อสารบอกความคิดพื้นฐานของตนได้ เมื่อผู้ป่วยมีการเคลื่อนไหวโดยละเอียด เช่น การเขียน การวาดภาพ หรือการแต่งตัว อาจพบความบกพร่องของการประสานการเคลื่อนไหวและการวางแผน (ภาวะเสียการรู้ปฏิบัติ) ทำให้ผู้ป่วยดูเงอะงะหรือซุ่มซ่าม เมื่อโรคดำเนินต่อไปผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์มักสามารถทำงานหลายอย่างได้ด้วยตัวเองแต่อาจต้องอาศัยผู้ช่วยหรือผู้ดูแลในกิจกรรมที่ต้องอาศัยกระบวนการคิดหรือการรู้อย่างมาก

 สมองเสื่อมระยะปานกลาง ระยะสมองเสื่อมระยะปานกลาง (Moderate dementia) จะพบความเสื่อมของสมองจนไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วยตนเอง มีความบกพร่องด้านการพูดปรากฏชัดเจนเนื่องจากไม่สามารถนึกหาคำศัพท์ได้ ทำให้ใช้ศัพท์ผิดหรือใช้คำอื่นมาแทน (paraphasia) ทักษะการอ่านและการเขียนค่อยๆ เสียไปเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปการประสานงานเพื่อการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนจะลดลง ทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ได้อย่างปกติ ในระยะนี้ปัญหาความจำของผู้ป่วยจะแย่ลงเรื่อยๆ และผู้ป่วยไม่สามารถจำญาติสนิทของตนเองได้ ความทรงจำระยะยาวซึ่งแต่เดิมยังคงอยู่ก็จะค่อยๆ บกพร่องไป[43] และมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง อาการแสดงที่พบบ่อยคือการหนีออกจากบ้าน ความรู้สึกผิดปกติ สับสนหรือเห็นภาพหลอนในเวลาโพล้เพล้หรือกลางคืน (sundowning) หงุดหงิดโมโหง่าย และอารมณ์แปรปรวน เช่นร้องไห้ ก้าวร้าวอย่างไม่มีเหตุผล หรือดื้อต่อผู้ดูแล ประมาณร้อยละ 30 ของผู้ป่วยอาจมีอาการเชื่อว่าบุคคล สิ่งของ หรือสถานที่เปลี่ยนแปลงไป (เรียกว่ากลุ่มอาการ Delusional misidentification syndrome) และอาจมีอาการหลงผิดอื่นๆ อาจมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่ได้ อาการดังกล่าวทำให้เกิดความเครียดต่อผู้ดูแลหรือญาติ ซึ่งต้องตัดสินใจส่งผู้ป่วยไปยังสถานรับดูแลผู้ป่วยระยะยาวอื่นๆ เพื่อลดความเครียด

 สมองเสื่อมระยะสุดท้าย ในระยะสมองเสื่อมระยะสุดท้าย (Advanced dementia) ผู้ป่วยต้องพึ่งพาผู้ดูแลตลอดเวลา ทักษะทางภาษาของผู้ป่วยลดลงแม้เพียงการพูดวลีง่ายๆ หรือคำเดี่ยวๆ จนกระทั่งไม่สามารถพูดได้เลย แม้ว่าผู้ป่วยจะไม่สามารถพูดจาตอบโต้เป็นภาษาได้ แต่ผู้ป่วยมักสามารถเข้าใจคำพูดและตอบสนองกลับมาด้วยการแสดงอารมณ์ ถึงแม้ผู้ป่วยจะยังมีลักษณะก้าวร้าว แต่ลักษณะของภาวะไร้อารมณ์และอ่อนเพลียจะเด่นกว่า ในที่สุดผู้ป่วยจะไม่สามารถทำกิจกรรมใดได้เลยหากขาดผู้ช่วยเหลือ มวลกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวร่างกายลดลงจนผู้ป่วยต้องนอนนิ่งอยู่เฉยๆ และไม่สามารถป้อนอาหารด้วยตนเองได้และสุดท้ายผู้ป่วยจะเสียชีวิตจากปัจจัยภายนอกอื่นๆ โดยตรง อาทิ แผลกดทับหรือโรคปอดบวม แต่ไม่ได้เสียชีวิตจากตัวโรคโดยตรง

Posted in สุขภาพของเรา | Leave a comment

การรัษามะเร็งปากมดลูก

การรักษามะเร็งปากมดลูก precancerous

การรักษาขึ้นกับปัจจัยหลายประการได้แก่ ลักษณะ precancerous ว่าเป็น low หรือ high-SIL ผู้ป่วยมีบุตรพอหรือยัง สุขภาพผู้ป่วย ความต้องการของผู้ป่วยและแพทย์ โดยทั่วไม่

•หากผลการตรวจพบว่าเป็น low-grade SIL ก็แนะนำให้มาตรวจภายในซ้ำ ใน 6 เดือนถึงสองปี แต่แพทย์บางท่านอาจจะตรวจพิเศษแบบ colposcopy โดยการส่องกล้องตรวจ
•สำหรับผลการตรวจ PAP เป็นแบบชนิด high-SIL แนะนำให้ตรวจพิเศษ colposcopy และตักชิ้นเนื้อตรวจ หากผลชิ้นเนื้อเป็นแบบเดียวกันก็แนะนำผ่าตัดเอาออกเนื้อจนหมด
•ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจประจำปี ถ้าจำเป็นต้องรักษาแพทย์อาจเลือกวิธีรักษาได้หลายวิธีคือ การใช้ความเย็น (cryosurgery)ใช้ไฟจี้( cauterization) ใช้ laser
การรักษามะเร็งปากมดลูก

หลังจากทราบว่าเป็นมะเร็ง แพทย์จะตรวจต่อเพื่อตรวจว่าโรคมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น หรือยังโดยแพทย์จะตรวจ

•เจาะเลือดตรวจเลือดทั่วไป( CBC )เพื่อดูว่าซีดหรือไม่ เกร็ดเลือดปกติหรือไม่ ตรวจการทำงานของไต (BUN ,CREATININ) เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกอาจแพร่กระจายอุดทางเดินของปัสสาวะทำให้ไตวาย ตรวจตับ (LFT)เนื่องจากมะเร็งมักจะแพร่กระจายไปยังตับ
•แพทย์จะส่องตรวจกระเพาะปัสสาวะ cystoscopy ,ตรวจลำไส้ใหญ่ (proctosigmoidoscopy) โดยใช้อุปกรณ์ส่องเข้าไปตรวจ
•แพทย์จะตรวจสวนสีตรวจลำไส้ใหญ่ barium enema เพื่อตรวจว่ามะเร็งแพร่ไปลำไส้ใหญ่หรือยัง
•แพทย์จะฉีดสีเพื่อตรวจไต {intravenous pyelogram,IVP }เพื่อตรวจว่ามะเร็งแพร่กระจายไปยังต่อไตหรือยัง
•ตรวจ computer x-ray,ultrasound เพื่อตรวจอวัยวะอื่นดูการแพร่กระจายของมะเร็ง
 ก่อนการรักษาใดๆผู้ป่วยควรได้รับข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจดังตัวอย่าง

•มะเร็งที่เป็นอยู่นี้แพร่กระจายหรือยัง
•วิธีการรักษาที่ดีทีสุด แพทย์เลือกวิธีไหน ทำไมจึงเลือกดวิธีนี้
•โอกาสจะประสบผลสำเร็จมีมากน้อยเพียงใด
•มีโอกาสเสี่ยงอะไรบ้าง ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง
•ใช้เวลารักษานานเท่าใด
•ใช้ค่าใช้จ่ายแค่ไหน
•ถ้าไม่รักษาจะเป็นเช่นใด
•จะมีคุณภาพชีวิตเหมือนคนปกติหรือไม่
•ต้องตรวจซ้ำบ่อยแค่ไหน

Posted in กลิ่นอวัยวะเพศสตรี, สุขภาพของเรา | Leave a comment

มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งในระยะเริ่มแรก

เซลล์ที่ประกอบเป็นปากมดลูกจะประกอบไปด้วยเซลล์ squamous cells and glandular มะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ทั้งสองชนิด การเปลี่ยนแปลงของเซล์จะค่อยเปลี่ยนจนเกิดเป็นลักษณะที่เรียกว่า Precancerous ซึ่งมีด้วยกัน คือ cervical intraepithelial neoplasia (CIN), squamous intraepithelial lesion (SIL), and dysplasia.

•Low-grade SIL หมายถึงการเปลี่ยนแปลงเริ่มแรกของ รูปร่าง ขนาด และจำนวน บางครั้งอาจหายไปเองแต่ก็มีจำนวนหนึ่งเปลี่ยนไปเป็น High-grade SIL บางครั้งเรียก mild dysplasia
•High-grade SILหมายถึงการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุมดลูกที่เปลี่ยนไปจากเดิมชัดเจน ถ้าเซลล์อยู่เฉพาะปาดมดลูกเรียก moderate or severe dysplasia
มะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่เป็นชนิด Squamous cell ประมาณร้อยละ 80%ถึง 90% ส่วนที่เหลือประมาณร้อยละ 20 จะเป็นชนิด Adenocarcinomas

การเปลี่ยนแปลงจาก Precancerous เป็นมะเร็งใช้เวลาเป็นปี การรักษาตั้งแต่ยังไม่เป็นมะเร็งจะป้องกันมิให้เกิดมะเร็ง

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูก
 

การตรวจมะเร็งแรกเริ่ม
เป้าหมายของการค้นหามะเร็งเริ่มแรกคือการค้นหาการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ ก่อนที่จะเกิดอาการของโรค การวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูกแรกเริ่มโดยมากมาจากการตรวจปากมดลูกประจำปี ในการตรวจภายในแพทย์ จะตรวจ มดลูก ช่องคลอด ท่อรังไข่ รังไข่ หลังจากนั้นแพทย์จะใช้อุปกรณืถ่างช่องคลอดเพื่อทำ pap smear ช่วงที่เหมาะสมในการตรวจภายในคือ10-20 วันหลังประจำเดือนวันแรก และก่อนการตรวจ 2 วันไม่ควรสวนล้าง ยาฆ่า sperm หรือยาสอด ปัจจุบันการรายผลจะใช้ Low หรื High grade SIL มากกว่า class1-5 แต่อย่างไรก็ตามควรให้แพทย์อธิบายผลให้ฟังอย่างละเอียด ผู้หญิงวัยเจริญพันธ์ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไปควรตรวจภายในประจำปี
อาการของมะเร็งปากมดลูก
มะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรกจะไม่มีอาการอะไร แต่เมื่อเป็นมะเร็งแล้วจะมีอาการเลือดออกหลังจากการตรวจภายใน หรือหลังร่วมเพศ หรือมีตกขาว

•มีเลือดออกผิดปกติ เช่นเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธุ์ มีเลือดออกหลังจากหมดประจำเดือนแล้ว เลือดออกเป็นระยระยะ ประจำเดือนมานานผิดปกติ เลือดออกหลังจากตรวจภายใน
•มีอาการตกขาวซึ่งอาจจะมีเลือดปน
•มีอาการเจ็บขณะร่วมเพศ
ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูก

ปัจจัยเสี่ยงหมายถึงการเปลี่ยนแปลงใดใดที่เกิดขึ้นแล้วทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้น มะเร็งแต่ละชนิดจะมีปัจจัยเสี่ยงต่างกัน ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปากมดลุกได้แก่

•การติดเชื้อ HPV หรือการเป็นหูดที่อวัยวะเพศ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของการเกิดมะเร็งปากมดลุก
•การสูบบุหรี่ ของการเกิดมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึนสองเท่า
•การรับประทานยาคุมกำเนิด
•ระบบภูมิคุ้มกันของคุณสุภาพสตรี ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไม่ดีจะทำให้เกิดโอกาสติดเชื้อ HPV ได้ง่ายจึงมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลุกเพิ่มขึ้น
•การติดเชื้อ Chlamydia พบว่าผู้ที่ติดเชื้อ Chlamydia ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์จะมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกสูงขึ้น
•อาหาร ผู้หญิงที่รับประทานผักและผลไม้น้อยจะมีโอกาสเป็นมะเร็งสูงกว่าคนที่รับประทานผักและผลไม้
•ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิดมาเป็นระยะเวลานานจะมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูก
•การมีบุตรหลายคนเชื่อว่าจะทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น เชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางฮอรฺโมนทำให้ติดเชื้อ HPV ง่าย และขาดการป้องกันการติดเชื้อ
•ผู้ที่มีเศรษฐานะต่ำเนื่องจากเข้าถึงบริการไม่ทั่วถึง
•ผู้ที่ได้ยา Diethylstilbestrol (DES) เพื่อป้องกันแท้ง
การวินิจฉัย
จากการทำ pap test ทำให้ทราบว่ามีเซลล์ผิดปกติที่ปากมดลูกแพทย์จะทำการตรวจ  Colposcopy โดยการส่องกล้องแล้วเอา iodine ป้ายบริเวณปากมดลูก เซลล์ปกติจะเป็นสีน้ำตาล ส่วนเซลล์ผิดปกติจะเป็นสีขาวหลังจากนั้นแพทย์จะเอาชิ้นเนื้อปากมดลูกไปตรวจซึ่งมีวิธีตรวจต่างๆตามแต่แพทย์จะเห็นสมควร

Posted in สุขภาพของเรา | Leave a comment

เจลทำความสะอาดเฉพาะที่

เจลชำระล้างเฉพาะที่ Lapini
เจล Lapini ใช้เพื่อชำระล้างทำความสะอาดเฉพาะที่ เพื่อให้เกิดความแห้งรู้สึกสะอาด ซึ่งควรใช้ควบคู่กับครีมอนามัย จะทำให้สะอาดปราศจากกลิ่นและบรรเท่าอาการคันเฉพาะที่ได้เป็นอย่างดี
เจล lapini อยู่ในรูปแบบของหลอดทำให้ง่ายต่อการพกพา สะดวก ใช้ง่ายล้างออกง่าย ทำให้ท่านรู้สึกแห้งสบายและมั่นใจตลอดวัน

Posted in กลิ่นอวัยวะเพศสตรี | Leave a comment

ครีมอนามัยกำจัดกลิ่นอวัยวะเพศ

ทำไมต้องครีมอนามัย ทำไมต้องทำความสะอาดอวัยวะเพศภายนอกและบริเวณใกล้เคียงให้มีวามสะอาดเป็นพิเศษมากน้อยเพียงใด ในกรณีของสตรี เนื่องจากบริเวณอวัยวะเพศของสตรีจะมีสิ่งสกปรกต่างๆจากเหงื่อไคล ปัสสาวะ และตกขาว คราบเหงื่อ คราบเลือดประจำเดือน ฯลฯ ซึ่งบริเวณนี้เป็นบริเวณที่อับชื้นมากกว่าบริเวณอื่นๆ ของร่างกายแม้สิ่งขับถ่ายดังกล่าวมีจำนวนเล็กน้อย แต่หากชำระไม่หมดจะหมักหมมมากขึ้น ก่อให้เกิดกลิ่นและอาการระคายคันได้ ยิ่งหากในวันที่มีอากาศร้อน อุณหภูมิในร่างกายที่สูงขึ้น กลิ่นยิ่งรุนแรงมากขึ้น กลิ่นดังกล่าวเรียกว่า Anaerobic Vaginosis เป็นภาวะพบได้ในผู้หญิงและมีกลิ่นคล้ายคาวปลาเน่า และจะส่งกลิ่นออกมาในช่วงของเวลา เช่น เวลามีประจำเดือน เป็นต้น ซึ่งตามมาด้วยอาการคันบริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งมีความจำเป็นต้องดูแลรักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศและใกล้เคียงอย่าให้มีความอับชื้นซึ่งอาการมีกลิ่นและอาการคันดังกล่าวนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความรำคาญและความกังวลใจ ในกรณีบุรุษ สุขอนามัยเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Smegma หรือที่รู้จักกันว่า ขี้เปียก มีลักษณะคราบขาวบริเวณหัวอวัยวะเพศที่มีหนังหุ้มไว้ขี้เปียกหรือ Smegma คือสิ่งหมักหมมจากน้ำเมือก ปัสสาวะ คราบอสุจิ ซึ่งจะอยู่บริเวณคอขอตใต้ผิวหนังขององคชาติและเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เมื่อคราบต่างๆ ผสมกับน้ำเมือกต่างๆ น้ำปัสสาวะ เหงื่อไคล ทำให้เกิดกลิ่นและเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่างๆ

Posted in กลิ่นอวัยวะเพศสตรี | Leave a comment

การชำระล้างภายในช่องคลอด

การชำระล้างภายในช่องคลอดคืออะไร
การใช้น้ำหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภายในช่องคลอดเพื่อวัตถุประสงค์ในการล้างหรือล้างภายในช่องคลอด ทั้งตกขาวและสารคัดหลั่งที่อยู่ภายในช่องคลอด และเป็นสาเหตุประการหนึ่งของกลิ่นเหม็นในอวัยวะเพศสตรี
ทำไมต้องทำการชำระล้างภายในช่องคลอดสตรี  โดยปกติแล้วร่างกายทำความสะอาดตัวเองได้ตามธรรมชาติแต่ส่วนใหญ่แล้วควรที่ขะทำการชำระล้างภายนอกเพื่อไม่ให้มีสารคัดหลั่งหรือเลือดประจำเดือนที่ไหลออกมาแล้วค้างอยู่ซึ่งเป็นอีกสาเหตุของกลิ่นในผู้หญิง ในบางครั้งมีการชำระล้างช่องคลอดหลังการร่วมประเวณีเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ซึ่งในความเป็นจริงนั้นการกระทำดังกล่าวไม่มีผลในการคุมกำเนิดหรือป้องการโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เลย การชำระล้างภายในเพื่อไม่ให้มีกลิ่นช่องคลอดที่มีกลิ่นคาวนั้นการชำระล้างภายในช่องคลอดอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ในกรณีที่ไม่ได้มีการทำการชำระล้างด้วยแพทย์เฉพาะทาง ส่วนการกำจัดกลิ่นนั้นควรชำระล้างบริเวณภายนอกเท่านั้น ในขณะที่การชำระล้างภายในช่องคลอดอาจจะหยุดกลิ่นช่องคลอดได้แต่กลิ่นจะไม่หมดไปและอาจมากขึ้นก็เป็นได้ กลิ่นของช่องคลอดเป็นปัจจัยหนึ่งที่บอกถึงพยาธิสภาพภายในช่องคลอดได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงควรชำระแต่ภายนอนก็เพียงพอแล้วการชำระล้างภายในช่องคลอดผู้หญิงเป็นประจำจะระคายเคืองมากขึ้นของช่องคลอด, การติดเชื้อและมีโอกาสมากขึ้นในการเกิดโรคกระดูกเชิงกรานอักเสบซึ่งเป็นภาวะที่เรื้อรัง ที่อาจทำให้เกิดปัญหาที่รุนแรงและภาวะมีบุตรยากและอาจเสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษา รวมทั้งภาวะแบคทีเรีย, โรคกระดูกเชิงกรานอักเสบอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่ร้ายแรงกับการตั้งครรภ์เช่นการติดเชื้อในเด็ก

Posted in กลิ่นอวัยวะเพศสตรี | Leave a comment